This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Wednesday, September 12, 2012

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา

 


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา

     อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นโบราณสถานของชาติ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้และของประเทศไทย
อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เดิมเป็นคฤหาสน์ของผู้ช่วยเจ้าเมืองสงขลา พระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลาเมื่อปี พ.ศ. 2421 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2437 จึงใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระยาวิจิตรวรศาสตร์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ซึ่งต่อมาก็คือ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) หลังจากนั้นได้ใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช และเป็นศาลากลางจังหวัดตามลำดับจนถึงปี พ.ศ. 2496 ในปี พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารแห่งนี้เป็นโบราณสถาน และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑสถานของชาติ และเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2525 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เพื่อให้เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัตถุภาคใต้ตอนล่าง และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ชาติพันธุ์วิทยา ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้านพื้นเมือง นอกจากนี้ ยังจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับตระกูล ณ สงขลา ซึ่งเป็นตระกูลเจ้าเมืองสงขลาในอดีตด้วย

เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย
10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7431 1728

ขอบคุณภาพสวยๆจาก Jomjin
      

การเดินทาง
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ตั้งอยู่ที่ ถนนวิเชียรชม ต. บ่อยาง อ. เมือง จ. สงขลา


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ตั้งอยู่ที่ถนนวิเชียรชม เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี  เดิมเป็นบ้านพักส่วนตัวของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2437 จึงใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ซึ่งต่อมาก็คือเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) หลังจากนั้นใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชและเป็นศาลากลางจังหวัดจนถึง ปี พ.ศ. 2496

ในปี พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารนี้เป็นโบราณสถานและปรับปรุงเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2525
ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปวัตถุภาคใต้ตอนล่าง และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ชาติพันธุ์วิทยา ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้านพื้นเมือง อาทิ บานประตูไม้เดิมของจวน เป็นศิลปะพุทธศตวรรษที่ 24 ทำด้วยไม้จำหลักเขียนสีและประดับมุกฝีมือช่างชาวจีนชั้นครู แสดงออกถึงคตินิยมในธรรมเนียมประเพณี วรรณคดี ศาสนาตามแบบจีนที่วิจิตรงดงามยังความสมบูรณ์อยู่มาก โบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์แหล่งโบราณคดีจากบ้านเชียง และกาญจนบุรี
เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์  เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท  สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7431 1728
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สวนสัตว์สงขลา

ประวัติสวนสัตว์สงขลา

หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2529 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น นายอำนวย สุวรรณคีรี ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายก รัฐมนตรี รับผิดชอบควบคุมดูแล องค์การสวนสัตว์ได้มีนโยบายจัดตั้งสวนสัตว์ทั่วทุกภาค สำหรับภาคใต้ ได้คัดเลือกสถานที่ที่จังหวัดสงขลา บริเวณเขารูปช้าง ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา (บ้านสวนตูล) ดำเนินการจัดตั้งสวนสัตว์ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจก ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ได้ประกาศพระราชกฤษฎี การยุบสภาผู้แทนราษฎร ในปี 2531

      โครงการสวนสัตว์สงขลา เป็นโครงการ 10 ปี โดยระยะแรกรัฐบาลให้เงินอุดหนุน 120 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2532-2541 มีสิ่งก่อสร้างได้ดำเนินการไปแล้ว คือ สาธารณูปโภคพื้นฐาน อาคารสำนักงาน อ่างเก็บน้ำ เรือนเพาะชำ และสถานที่จัดแสดงสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้ทยอย นำสัตว์ต่างๆ เข้ามาแสดงให้ประชาชนชาวสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงได้ชม เช่น สมเสร็จ กระจก อูฐ ลามา ยีราฟ หมี เสือ ชะนี กวาง ละมั่ง เก้ง นกสวยงาม เช่น นกแก้ว นกมาร์คอว์ นกคลาสโซวารี นกฟลามิง โก และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย

      สวนสัตว์สงขลา เริ่มเก็บบัตรผ่านประตูตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2541 เป็นต้นมาและทำพิธีเปิด อย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2541 โดย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องค์ประธาน ในพิธ

      สวนสัตว์สงขลา  เป็นสวนสัตว์หนึ่งในห้าแห่งของ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  ในการกำกับดูแลของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่  23  พฤษภาคม  2532  ตามมติคณะรัฐมน ตรี  มีพื้นที่การให้บริการแก่ประชาชน สำหรับการ พักผ่อนหย่อนใจบนเนื้อที่  878  ไร่ ซึ่งตั้ง อยู่บริเวณเขารูปช้าง  ต.เขารูปช้าง  อ.เมือง  จ.สงขลาี



       
การเดินทาง
       ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ เดินทางตามถนนกาญจนวนิช ถึงสามแยกสำโรง เลี้ยวขวาไปประมาณ 5 กิโลเมตรจะเห็นทางเข้าอยู่ทางด้านขวามือ

ประวัติจังหวัดสงขลา

ประวัติจังหวัดสงขลา
" สงขลา.. " ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยมาแต่สมัยโบราณ มีชุมชนโบราณและเมืองเก่าแก่ มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ขนบธรรมเนียมประเพณี และการละเล่นพื้นเมือง ศิลปพื้นบ้านเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
สงขลาเพิ่งปรากฏเป็นครั้งแรกในบันทึกของพ่อ ค้าและนักเดินเรือชาวอาหรับ-เปอร์เซีย ระหว่าง ปี พ.ศ.1993-2093 ในนามของเมืองซิงกูร์ หรือซิงกอร่า แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม ของนายกิโลลาส แซร์แวส เรียกชื่อเมืองสงขลา ว่า "เมืองสิงขร" จึงมีการสันนิษฐานว่า คำว่า สงขลา เพี้ยนมาจากชื่อ "สิงหลา" (อ่าน สิง-หะ-ลา) หรือสิงขร เหตุผลที่สงขลามีชื่อว่า สิงหลา แปลว่าเมืองสิงห์ โดยได้ชื่อนี้มาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย อินเดีย แล่นเรือมาค้าขาย ได้เห็นเกาะหนู เกาะแมว เมื่อมองแต่ไกล จะเห็นเป็นรูปสิงห์สองตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมืองสงขลา ชาวอินเดียจึงเรียกเมืองนี้ว่า สิงหลา ส่วนไทยเรียกว่า เมืองสทิง เมื่อมลายูเข้ามาติดต่อค้าขายกับเมืองสทิง ก็เรียกว่า เมืองสิงหลา แต่ออกเสียงเพี้ยนเป็นสำเนียงฝรั่งคือ เป็นซิงกอร่า (Singora) ไทยเรียกตามเสียงมลายูและฝรั่งเสียงเพี้ยนเป็นสงขลา อีกเหตุผลหนึ่งอ้างว่า สงขลาเพี้ยนมาจาก "สิงขร" แปลว่า ภูเขา โดยอ้างว่าเมืองสงขลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาแดง ต่อมาได้มีการพระราชทานนามเจ้าเมืองสงขลาว่า "วิเชียรคีรี" ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยไว้ว่า "สงขลา" เดิมชื่อสิงหนคร (อ่านว่า สิง-หะ-นะ-คะ-ระ) เสียงสระอะอยู่ท้าย มลายูไม่ชอบ จึงเปลี่ยนเป็นอา และชาวมลายูพูดลิ้นรัวเร็ว ตัดหะ และ นะ ออก คงเหลือ สิง-คะ-รา แต่ออกเสียงเป็น ซิงคะรา หรือ สิงโครา จนมีการเรียกเป็น ซิงกอรา
สงขลา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวสืบต่อกันตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบหลักฐาน ได้แก่ ขวานหิน ซึ่งเป็นเครื่องมือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่อำเภอสทิงพระ ประวัติ ความเป็นมา และวัฒนธรรมสมัยที่เมืองสทิงพระเจริญ เค บูรล์เบท ได้ให้ทัศนะว่า สทิงพระ คือศูนย์กลางของอาณาจักรเซี้ยะโท้หรือเซ็กโท เป็นแหล่งหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียโดยตรงในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 ศตวรรษ เพราะมีร่อยรอยทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองสทิงพระเป็นศูนย์กลางการปกครองดินแดน รอบ ๆ ทะเลสาบสงขลาในสมัยนั้น
ในพุทธศตวรรษที่ 19 ชื่อเมืองสทิงพระเริ่มเลือนหายไป และเกิดชุมชนแห่งใหม่ใกล้เคียงขึ้นแทน เรียกว่า "เมืองพัทลุงที่พะโคะ" ได้เจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ต่อมาระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20-22 พวกโจรสลัดมลายูได้เข้าคุกคามบ่อย ๆ ทำให้เมืองพัทลุงที่พะโค๊ะค่อย ๆ เสื่อม หลังจากนั้นเกิดชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น 2 แห่ง บริเวณรอบทะเลสาบสงขลา คือ บริเวณเขาแดงปากทะเลสาบสงขลา และได้กลายเป็นเมืองสงขลาริมเขาแดง และอีกแห่งที่บางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และกลายเป็นเมืองพัทลุง
ระหว่างปี พ.ศ.2162-2223 เมืองสงขลาริมเขาแดงมีความเจริญด้านการค้าขายกับต่างประเทศ โดยมีเจ้าเมืองเชื้อสายมลายูอพยพมาจากอินโดนีเซีย พวกมลายูเหล่านี้ได้หลบหนีการค้าแบบผูกขาด ของพวกดัทช์มาเป็นการค้าแบบเสรีที่สงขลา โดยมีอังกฤษ์เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ในระยะแรกระหว่าง ปี พงศ.2162-2185 เจ้าเมืองสงขลาเป็นมุสลิม หลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ.2185-2223 เจ้าเมืองสงขลาเป็นกบฎไม่ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา ในที่สุดจึงถูกสมด็จพระนารายณ์มหาราชปราบปรามจนราบคาบ และถูกปล่อยให้ทรุดโทรม และตกเป็นเมืองขึ้นของเมืองพัทลุง จนถึงช่วงปี พ.ศ.2242-2319 เมืองสงขลาไปตั้งขึ้นใหม่ที่บริเวณบ้านแหลมสน เรียกว่า เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับที่ตั้งตัวเมืองสงขลาปัจจุบัน
เมืองสงขลาได้พัฒนาเป็นหัวเมืองขนาดใหญ่ ในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อ พ.ศ.2310 ประเทศสยามเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ได้เกิดก๊กต่าง ๆ ขึ้น เจ้าพระยานคร ซึ่งตั้งตัวเป็นใหญ่ ได้ตั้ง นายวิเถีย ญาติมาเป็นเจ้าเมือง เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีปราบก๊กเจ้านครได้แต่งตั้งให้ จีนเหยี่ยง แซ่เฮ่า ซึ่งเป็นนายอากรรังนก เป็นเจ้าเมืองในปี 2318 ได้รับพระราชทินนามเป็น "หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ" (ต้นตระกูล ณ สงขลา) เชื้อสายของตระกูลนี้ได้ปกครองเมืองสงขลาติดต่อกันมาไม่ขาดสายถึง 8 คน (พ.ศ.2318-2444)
จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2379 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) โปรดเกล้าให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ก่อสร้างป้อมกำแพงเมือง ระหว่างที่ก่อสร้าง ตวนกู อาหมัดสะอัด ชักชวนหัวเมืองไทรบุรี ปัตตานี และหัวเมืองทั้ง 7 ยกมาตีสงขลา เมื่อปราบปรามขบถเรียบร้อยแล้ว จึงได้สร้างป้อม และกำแพงเมืองสงขลาจนเสร็จ และได้จัดให้มีการฝังหลักเมืองและได้ย้ายเมืองสงขลามายังฝั่งตะวันออกของ แหลมสน "ตำบลบ่อยาง" คือ ในเขตเทศบาลนครสงขลา ปัจจุบัน
ครั้นถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครอง ได้ทรงจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลขึ้น และได้ส่งพระวิจิตรวรสาสน์ (ปั้น สุขุม) ลงมาเป็นข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ในปี พ.ศ.2438 เป็นแห่งแรก และในปี พ.ศ.2439 จึงได้จัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราช (พ.ศ.2439-2458) และเป็นที่ตั้งศาลาว่าการภาคใต้ (พ.ศ.2458-2468) นอกจากนี้เมืองสงขลาเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงลพบุรีรา เมศวร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สมุหเทศาภิบาลและอุปราชภาคใต้ จนสิ้นสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นถึงปี พ.ศ.2475 ได้มีการยุบมณฑลและภาค เปลี่ยนเป็นจังหวัด สงขลาจึงเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้จนถึงปัจจุบัน

เลขหมายโทรศัพท์ที่สำคัญจังหวัดสงขลา

เลขหมายโทรศัพท์ตำรวจและดับเพลิง
  
   
ตำรวจและดับเพลิง     เลขหมายโทรศัพท์     โทรสาร
สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่     074-243333, 074-231645     -
ตำรวจทางหลวง     1193 ,074-211222     -
ตำรวจท่องเที่ยว     1155 ,074-246733     -
สถานีดับเพลิง หาดใหญ่     074-243111     -
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสงขลา     074-311011     -
สถานีดับเพลิง สงขลา     074-321700     -
  
      
  
    เลขหมายโทรศัพท์หน่วยบริการต่าง ๆ
  
  
หน่วยบริการต่าง ๆ     เลขหมายโทรศัพท์     โทรสาร
เทศบาลนครหาดใหญ่     074-200000 สายด่วน 1559     -
สำนักงานท่องเที่ยว หาดใหญ่     074-243747     -
สนามบิน หาดใหญ่     074-251008-12     -
สถานีรถไฟ หาดใหญ่     074-261290, 074-234978     -
สถานีขนส่ง หาดใหญ่     074-232404, 074-232789     -
สถานีดับเพลิง สงขลา     074-321700     -
สำนักงานบริการโทรศัพท์ หาดใหญ่ (1)     074-238755-8, 074-231488, 074-236999     -
เทศบาลเมืองสงขลา     074-322347     -
การประปาหาดใหญ่     074-253953     -
การประปาสงขลา     074-312665     -
ททท.ภาคใต้ เขต 1     074-231055, 074-243747, 074-238518     -
กฟภ. หาดใหญ่     074-360739-43     -
     - ไฟฟ้าขัดข้อง     074-257887     
     - บัญชี การเงิน     074-354650-2     
บริษัท ปิยะทัวร์ จำกัด      074-246022, 074-428972     -
บริษัท สยามเดินรถ จำกัด     074-239951, 074-386548     -
บริษัท บขส. จำกัด     074-429230     -
ไทยเดินรถ     074-386548, 074-234638     -
สนามบินหาดใหญ่     074-227132     -
การบินไทย     074-227231     -
นกแอร์     074-227262     -
แอร์เอเชีย     074-227297     -
วัน ทู โก     074-250911     -
สถานีรถไฟหาดใหญ่     074-261290     -
สำนักงานเว็บไซท์ กิมหยง.คอม     074-214222     074-214223
  
      
  
    เลขหมายโทรศัพท์โรงพยาบาล
  
  
โรงพยาบาล     เลขหมายโทรศัพท์     โทรสาร
โรงพยาบาลหาดใหญ่     074-273100     074-246600
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์     074-212070-9, 074-233133, 074-245-699     -
โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่     074-365780-9     -
โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี     074-220300-4     074-221-039
โรงพยาบาลศิครินทร์     074-366950-66     -
โรงพยาบาลจะนะ     074-379222     -
โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์     074-313823, 074-324868     074-323202
โรงพยาบาลปาดังเบซาร์     074-521011, 074-521485     074-521486
โรงพยาบาลมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี     074-244-155     -
โรงพยาบาลระโนด     074-392174-6     074-392174-6 ต่อ 105
โรงพยาบาลรัตภูมิ     074-389110, 074-389112     -
โรงพยาบาลวังจันทร์     074-231244     -
โรงพยาบาลสงขลา     074-338100, 074-338100     074-311017
โรงพยาบาลสทิงพระ     074-397012, 074-397038     -
โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ     074-371333, 074-371016     -
โรงพยาบาลสะบ้าย้อย     074-377100-1     -
โรงพยาบาลสะเดา     074-411277 , 074-411299     074-414236
โรงพยาบาลหมอบุญจอง     074-243384, 074-245633     -
โรงพยาบาลหาดใหญ่รวมแพทย์     074-234766, 074-243078     -
โรงพยาบาลเทพา     074-375100-1, 074-375202     074-375202
โรงพยาบาลเพชระหาดใหญ่     074-243478, 074-246608     -
โรงพยาบาลเสตะเวช     074-243488, 074-234720, 074-234721     -
โรงพยาบาลควนเนียง     074-387234-5     -
  
      
  
    เลขหมายโทรศัพท์สถาบันการศึกษา
  
  
สถาบันการศึกษา     เลขหมายโทรศัพท์     โทรสาร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์     074-282000     -
มหาวิทยาลัยทักษิณ     074-443992     -
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย     074-324246, 074-323504-6, 074-316260-3     074-324245
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา     074-336933, 074-325007, 074-314993     074-324221
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่     074-425000     -
กอบกาญจน์ศึกษา     074-244038     -
กิตติวิทย์     074-243752     -
กิตติวิทย์บ้านพรุ     074-210826     -
แจ้งบริหารธุรกิจ     074-231340     -
ช่างกลภาคใต้เทคโนโลยี     074-233257     -
ชาตรีวิทยา     074-246841     -
ดรุณศึกษา     074-244215     -
ทวีรัตน์     074-210616     -
ทิพรัตน์วิทยา     074-236888     -
ทุ่งลุงวิทยา     074-291184     -
เทพอำนวยหาดใหญ่     074-231838     -
ธิดานุเคราะห์     074-232052     -
บุญเลิศอนุสรณ์     074-236662     -
ผดุงศาสตร์วิทยา     074-246299     -
พณิชยการหาดใหญ่     074-24-6098     -
พลวิทยา     074-362834-5     -
เพชรสยามบริหารธุรกิจ     074-245110     -
วิริยะเธียรวิทยา     074-246907     -
ศรีนคร     074-244953     -
สมานคุณวิทยา     074-244731     -
สหศาสตร์     074-233204     -
ส่องแสงพณิชยการ     074-291277     -
แสงทองวิทยา     074-243595     -
หาดใหญ่อำนวยวิทย์     074-243741     -
อำนวยวิทย์บริหารธุรกิจ     074-246231     -
อนุบาลกาญจนวานิช     074-212200     -
อนุบาลบุญเลิศ     074-221040     -
อนุบาลมณีสุข     074-235674     -
อนุบาลวรพัฒน์     074-236020     -
อนุบาลศรีสว่างวงศ์     074-234278     -
อนุบาลสุพัฒโน     074-232304     -
อนุบาลสุวรรณวงศ์     074-246964     -
อนุบาลอรัญดร     074-234624     -
อุดมศึกษาพาณิชยการ     074-246227     -
หาดใหญ่รัฐประชาสรรค์     074-251172     -
หาดใหญ่วิทยาลัย     074-243599     -
หาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา     074-233171     -
วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่     074-212300     -
บำรุงรักษ์ หาดใหญ่     074-209764     074-209765
  
      

Tuesday, June 5, 2012

ล่องแก่งหนานท่าส้าน 2 วัน 1 คืน 4 มิถุนายน 2555 สุขสมหมายทัวร์

 ล่องแก่งหนานท่าส้าน  ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง 93110
ล่องแก่งหนานท่าส้าน 2 วัน 1 คืน 4 มิถุนายน 2555 ไป กับ สุขสมหมายทัวร์
เส้นทาง .. ตื้นเต้น ตลอด ทั้ง เส้นทาง..
บรรยากาศดีมาก อาหารอร่อย มี คาราโอเกะ ให้ร้องเพลง ตอน ค่ำคืน 
อัตราค่าบริการ บ้านพักหลังละ 500 บาทล่องแก่งคนละ 200 บาทอาหารมื้อละ 80 บาท ต่อคนฟรีอาหารเช้า
https://www.facebook.com/LxngKaengHnaNthasanPhathlung

สัมผัสธรรมชาติทรหดโหดสะใจ ... จนตกผลึกเรื่องการท่องเที่ยว โดยการล่องแก่งในลำคลองบ้านท่าส้าน หมู่ 3 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม


      ล่องแก่งหนานมดแดง
       ล่องแก่งหนานมดแดง ตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง เป็นทุนเดิม   ทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้วนำมาประยุกต์กับแนวคิดที่ตกผลึกจากการที่ได้ไปสัมผัส   กับแหล่งท่องเที่ยวล่องแก่งในพื้นที่อื่นๆ แล้วนำกลับมาปรับใช้กับหนานมดแดง   จนก่อเกิด "ล่องแก่งหนานมดแดง" ขึ้นในปัจจุบัน
  
         เนื่องจากมีทุน เดิมทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ซึ่งเป็นตัวหลักในการกำหนดกิจกรรมล่องแก่งทั้งหมด เพราะล่องแก่ง ที่นี่ไม่ต้องคำนึงถึงฤดูกาลต่างๆนักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี มีหนานที่ผจญภัยประมาณ 40 หนาน และอีก 5 หนาน ที่เร้าใจอาทิ หนานลุงจวน นานสองพี่น้อง หนานมดแดง หนานยาว และหนานไม้ไผ่ รวมระยะทาง 6 กม.ใช้เวลาในการล่องแก่ง ประมาณ 2 ชม.ในราคาหัวละ 200 บาท ซึ่งทุกทริปก่อนออกล่องแก่งจะต้องผ่านการอบรมให้ความรู้ทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อเน้นความ   ปลอดภัยเป็นสำคัญ

       สำหรับบรรยากาศสองฝั่งคลองนั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้นา ๆ พันธ์   และนกประจำถิ่นนา ๆ ชนิด ในขณะล่องแก่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นเต้นกับบรรยากาศตลอดเส้นทางแล้ว ยังได้สัมผัสกับ   น้ำที่เย็นและใสจนสามารถมองเห็นตัวปลาและสาหร่ายเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน หลังจากนักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับการล่องแก่ง   แล้วเสร็จก็สามารถขึ้นมาพักผ่อนในห้องอบยาสมุนไพร เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อซึ่งจุดนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนวัยทำงานและ   ผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก
  
          ร้อนนี้เที่ยวไหนกันดี หากยังตัดสินใจไม่ได้น่าจะลองสัมผัสล่องแก่งหนานมดแดงดูสักครั้ง กับผจญภัยท่ามกลางสายน้ำและหนานหิน   ที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีบริการเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมค้างคืนอีกด้วย อย่างไรก็ตามล่องแก่งหนานมดแดงยัง   ได้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงอาทิ น้ำตกหนานปลิว น้ำตกหนานสวรรค์ ถ้ำวังนายพุฒ วัดวังหอมพุทธาราม สักการะ   " หลวงปู่แสง " ชมฐานทัพคอมมิวนิสต์ และชมอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส




































ล่องแก่งหนานมดแดง
ล่องแก่งหนานมดแดง ตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง เป็นทุนเดิม

ทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้วนำมาประยุกต์กับแนวคิดที่ตกผลึกจากการที่ได้ไปสัมผัส

กับแหล่งท่องเที่ยวล่องแก่งในพื้นที่อื่นๆ แล้วนำกลับมาปรับใช้กับหนานมดแดง

จนก่อเกิด "ล่องแก่งหนานมดแดง" ขึ้นในปัจจุบัน
https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc1/p480x480/253043_471112502919218_1393305387_n.jpg