This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Monday, April 8, 2013

วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  สิ่งที่สะดุดสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมวัด เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ ก็คือ ความใหญ่โตกว้างขวางของวัด และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์  เมื่อเดินทางมาถึงด้านบนก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็น ทุ่งนา เขียวขจี 
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท องค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐทั้งองค์ แบ่งเป็นชั้นต่าง ๆ หลายชั้น แต่ละชั้นจะ ประดิษฐาน พระพุทธรูปต่าง ๆ มากมาย จนถึงชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศ อินเดีย และยังมีวิหารต่าง ๆ ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปและชื่นชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังภายใน เมื่อชมจนทั่วแล้ว ก็ลงไป ข้างล่างเพื่อเข้าถ้ำเสือ เป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิด และจำหน่ายวัตถุมงคล
บันไดขึ้นวัดถ้ำเสือ  
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
ชั้นล่างสุดของเจดีย์พระเกศแก้ว มีช่องประตูและแสงพาดผ่าน
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
อีกมุมนึงของพระเจดีย์สามารถยืนชมวิวได้
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
ทุ่งนาด้านล่างหลังองค์พระในยามเย็น
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือจากชั้นบนสุดของพระเจดีย์
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสือมุมมองจากทุ่งนาด้านหลัง
วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือ  กาญจนบุรี
วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไป ประมาณ 2 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 200 เมตร

  • ทางรถไฟสายมรณะ
  • สะพานข้ามแม่น้ำแคว
  • สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
  • สุสานทหารพันธมิตรเขาช่องไก่
  • พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะ
  • กองถ่ายสมเด็จพระนเรศวร
  • อุทยานแห่งชาติไทรโยค
  • น้ำตกไทรโยคน้อย
  • น้ำตกไทรโยค
  • ถ้ำดาวดึงส์
  • อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์
  • ช่องเขาขาด
  • ถ้ำกระแซ
  • เกาะทะล
  • อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
  • น้ำตกเอราวัณ
  • น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
  • อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
  • อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
  • โบสถ์สแตนเลส วัดปากลำแข้ง
  • เขาหัวโล้น
  • อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
  • ปิล๊อก
  • บ้านป้าเกล็น
  • น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
  • อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
  • เขื่อนเขาแหลม
  • จุดชมวิวป้อมปี่
  • น้ำพุร้อนหินดาด
  • น้ำตกผาตาด
  • น้ำตกเกริงกระเวีย
  • ถ้ำน้ำตก
  • ถ้ำนกนางแอ่นถ้ำเวิรลด์คัพ
  • สะพานมอญ
  • เมืองบาดาล
  • วัดหลวงพ่ออุตตะมะ
  • เจดีย์พุทธคยา
  • ด่านเจดีย์สามองค์
  • น้ำตกตะเคียนทอง

ห้องอาหารคุณสาหร่าย จ.ชุมพร

        พาท่านลงภูเก็ตหลายครั้งลืมแนะนำที่พักอิริยาบทในระหว่างการเดินทาง จากกรุงเทพฯ ลงภูเก็ต
แถวเพชรบุรีคงไม่ต้องแนะนำเพราะมีร้านอาหารเ ร้านข้าวเกงอร่อยๆเยอะมากๆ
แต่ขอแนะนำที่ประจวบขีรีขันธ์ เลยบางสะพานน้อย ไปเข้าเขาโพธิ์ มีจุดพักรถทางขวามือเรียกว่าจุดพักรถเขาโพธิ์ มีร้านอาหารแบบฟาสฟู้ด มีห้องน้ำติดแอร์ได้พักผ่อนผ่อนคลายอิริยาบท แบบเย็นสบายๆ...
อีกที่หนึ่งก็ที่จังหวัดชุมพร ห้องอาหารคุณสาหร่าย อยู่ทางซ้ายมือ ถึงก่อนแยก ปฐมภร ไปนิดหน่อย จะมีภาพประกอบสถานที่ให้ชมกันเป็นขวัญตาสถานที่ กว้างใหญ่ บรรยากาศดี มีอาหารให้เลือกมากมาย มีของฝากให้ซื้อติดไม้ติดมือ....มีร้านกาแฟให้นั่งพักผ่อน ห้องน้ำสะอาด

Gallery รูปภาพ ร้านอาหารและของฝากคุณสาหร่าย


ลานจอดรถคุณสาหร่าย
 ลานจอดรถคุณสาหร่าย ระหว่าง การเดินทางกลับผ่านจังหวัดชุมพร เราเลือกห้องอาหารคุณสาหร่าย ซึ่งอยู่บริเวณแยกปฐมภร(ต้องกลับรถ) เป็นร้านสำหรับอาหารเย็น จากสตูลถึงที่นี่เกือบสองทุ่มครับ

หน้าร้านคุณสาหร่าย
 หน้าร้านคุณสาหร่าย เดินเข้าไปในร้านก็จะเห็นที่นั่งที่เตรียมไว้มากมาย รองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นร้อยคนทีเดียว

ภายในร้านคุณสาหร่าย
 ภายในร้านคุณสาหร่าย โต๊ะเรียงราย และการจัดวางร้านอาหารหลากหลายเป็นซุ้มๆ ให้เลือกได้ตามใจชอบ

ซุ้มอาหารคุณสาหร่าย
 ซุ้มอาหารคุณสาหร่าย ข้าวก๋วยเตี๋ยวหรือก๋วยจั๊บมีให้เลือก

ของฝากคุณสาหร่าย
 ของฝากคุณสาหร่าย ของฝากมากมายให้เลือกสรร ไม่ธรรมดาจริงๆ แวะที่เดียวรับรองคุ้มค่ากับเวลาครับ ได้ของฝากจากที่นี่ติดมือมาเพียบ

ซุ้มอาหารคุณสาหร่าย
 ซุ้มอาหารคุณสาหร่าย อาหารจานเดียวก็มี

เครื่องเล่นสำหรับเด็กร้านคุณสาหร่าย
 เครื่องเล่นสำหรับเด็กร้านคุณสาหร่าย ระหว่างทานอาหารมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กจะได้ไม่เบื่อเวลารอผู้ใหญ่ทานข้าวกัน หรือว่าเลือกของฝากนานๆ

ของฝากขึ้นชื่อจากเมืองใต้
 ของฝากขึ้นชื่อจากเมืองใต้


.salai1.gif picture by mayaknight07
สถานที่จอดรถเพียบ...****
salai2.gif picture by mayaknight07
.มีของขายหลายอย่างให้เลือกทาน เช่นน้ำผลไม้ปั่น ลูกชิ้นปิ้ง
salai3.gif picture by mayaknight07
มุมสำหรับคน คอกาแฟ อย่างคุณเจ้าชายน้อย.
salai8gif.gif picture by mayaknight07
มีอาหารหลายอย่างให้เลือกทาน แต่รสชาติก็เร่งด่วนม้าก..มากกกกนะคะ
.
salai67gif.gif picture by mayaknight07
ข้าวผัดที่ทานในวันนั้น..หากเป็นข้าวสวยไข่เจียวพริกน้ำปลาคงจะดีนะคะ
 
.salai5.gif picture by mayaknight07
ทานเสร็จต้องไปสุขา ก่อนออกเดินทาง
อ๊ะ..อ่ะ..มีผลไม้ขายหน้าห้องน้ำด้วย ผลไม้สดอร่อย มีทั้งแตงโม มะม่วง ชมพู่ มันแกว แคนตาลูป มะละกอซื้อทานมาในรถก่อนต่อไปสุราษฎร์
salai11.gif picture by mayaknight07
มานี่เลยห้องน้ำเจ้าปัญหา.
salai10.gif picture by mayaknight07
เปิดประตูแอ๊ดดดดดดด...ลงกลอนเอี๊ยดดดด หมุนตัวลงนั่ง.
ง่ะ อะไรหว่า...เขียนอยู่บนกำแพงส้วม .อ่านสักกะหน่อย.......
หุหุ..ถามงี้ได้ไง..งงง่ะ ใครตอบได้ช่วยที...
ปล.มีคำถามแบบนี้ทุกห้อง
คำถามที่ 2 เป็นคำถามตอนขากลับเข้ากรุงเทพฯ
แต่ตอนขาไปภูเก็ตซิเจ็บทรวงไม่หาย
.ชะอึ๊ย!......ถามงี้ได้ไงฟ่ะ
คำถามข้อที่ 1
อะไรเอ่ย...สองกลีบหนีบแน่นอิ่มอวบ อมกล้วย
เดี้ยน...หยุดภาระกิจชั่วคราวเลยคะ มายุ่งอะไรกะของฉ้านนนน...
คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกซักที....ใครคิดออกบอกหน่อยนะคะ
อ๊ะ...อะ....กำลังจะถามละซิว่าห้องผู้ชายมีไหม......ไม่ต้องกลัวงานนี้เดี้ยนเจาะลึก
ถึงก้นบึ้งไม่ให้พลาดแน่ๆ...ชัวร์ป้าป.....
เดี๊ยนส่งสปายส่วนตัวไปสืบมา..เรียบร้อย....
ได้คำถามในห้องผู้ชายมาแบบแสบๆคันๆไม่แพ้กัน
คำถามข้องที่ 1
อะไรเอ่ย...เข้าไปแข็ง ออกมาอ่อนปวกเปียก
ลองทายกันดูนะเจ้าคะ....โดยเฉพาะนู๋เป๋อ กะ คุณโอ้

Thursday, November 1, 2012

งานลากพระระโนด

 งานลากพระระโนด
เป็นประเพณีเนื่องในพุทธศาสนา กระทำกันหลังวันมหาปวารณาหรือวันออกพรรษา ๑ วัน คือตรงกับวัน
แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยพุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่วางอยู่เหนือเรือ รถ หรือล้อเลื่อนที่ชาวบ้านเรียกว่า "พนมพระ" แล้วแห่แหนชักลากไปตามถนนหนทาง หรือในลำน้ำ

 งานลากพระระโนด
 งานลากพระระโนด
 งานลากพระระโนด
 งานลากพระระโนด
งานลากพระระโนด
 งานลากพระระโนด
 งานลากพระระโนด
 งานลากพระระโนด

งานลากพระระโนด


แล้วแต่สภาพภูมิประเทศจะเหมาะสม ซึ่งชาวใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงมาหลายจังหวัดจะมีประเพณีนี้  ประเพณีลากพระของชาวใต้มีมาแต่โบราณและก่อให้เกิดวัฒนธรรมอื่น ๆ สืบเนื่องหลายอย่าง เช่น ประเพณีการแข่งขันเรือพาย การประชันโพนหรือแข่งโพน กีฬาซัดต้ม การทำต้มย่าง การเล่นเพลงเรือ เป็นต้น นอกจากนั้นประเพณีชักพระยังก่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันทำคุณงามความดี ก่อให้เกิดความสามัคคีธรรมของหมู่คณะนำความสุขสงบมาให้สังคม

http://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/exhonline/larkphra/images/p1.jpg
ขบวนแห่พระบกอันยาวเหยียดที่ตลาดบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี มีประชาชนมาร่วมประเพณี อย่างมากมาย




 ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการวั่ฒนธรรมแห่งชาติ.2537,30



             ขบวนแแห่เรือพระบกที่จังหวัดสงขลา
 http://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/exhonline/larkphra/images/pra7_resize.jpg




ประเพณีชักพระ(ลากพระ) สงขลา

ประเพณีชักพระ(ลากพระ)

http://student.swu.ac.th/hm471010485/images/%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%994.gif
                ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์  พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง

                                ประวัติความเป็นมา

                                ประเพณีชักพระเป็นประเพณีทพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา  สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอา เทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ  ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา  ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันได ทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี "ห่อต้ม" "ห่อปัด" ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์
http://student.swu.ac.th/hm471010485/images/%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99.jpg
                                  เรือพระ

                                 เรือพระ คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือแล้ววางบุษบก ซึ่งภาษาพื้นเมืองของภาคใต้เรียกว่า "นม" หรือ "นมพระ" ยอดบุษบก เรียกว่า "ยอดนม" ใช้สำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานแล้วลากในวันออกพรรษา  ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระน้ำ" ส่วนลากพระทางบก เรียกว่า "เรือพระบก" สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือ ให้คล้ายเรือจริง ๆ และต้องทำให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด จึงใช้ไม้ไผ่สานมาตกแต่งส่วนที่เป็นแคมเรือและหัวท้ายเรือคงทำให้แน่นหนา ทางด้านหัวและท้ายทำงอนคล้ายหัวและท้ายเรือ   แล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดนาค กลางลำตัวพญานาคทำเป็นร้านสูงราว 1.50 เมตร เรียกว่า "ร้านม้า"  ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละที่จะมีเทคนิคการออกแบบบุษบก  มีการประดิษประดอยอย่างมาก หลังคาบุษบกนิยมทำเป็นรูปจตุรมุข  ตกแต่งด้วยหางหงส์ ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครอบครัวต้องเตรียม "แทงต้ม" เตรียมหาในกระพ้อ และข้าวสารข้าวเหนียวเพื่อนำไปทำขนมต้ม "แขวนเรือพระ"

                                                       
                                  การอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนบุษบก

                                 พระลาก คือ พระพุทธรูปยืน แต่ที่นิยม คือ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พุทธบริษัทจะสรงน้ำพระและเปลี่ยนจีวร แล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบก แล้วพระสงฆ์จะ เทศนา เรื่อง การเสด็จไปดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า  ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจะมาตักบาตรหน้านมพระ เรียกว่า "ตักบาตรหน้าล้อ" แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน บนนมพระ


http://student.swu.ac.th/hm471010485/images/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B01.jpg
พระพุทธรูปยืน

                                ลากพระบก

                                ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย  ใช้โพน ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะในการลากพระ  คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสาน เสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง  ตัวอย่างบทร้องที่ใช้ลากพระ คือ  อี้สาระพา เฮโล เฮโล ไอ้ไหรกลมกลม หัวนมสาวสาว ไอ้ไหรยาวยาว สาวสาวชอบใจ

การลากพระบก
http://student.swu.ac.th/hm471010485/images/%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%992.jpg
                                ลากพระน้ำ
http://student.swu.ac.th/hm471010485/images/%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%993.jpg
                                การลากพระทางน้ำจะสนุกกว่าการลากพระทางบก เพราะสภาพการเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สะดวกในการลากพระ  ง่ายแก่การรวมกลุ่มกันจัดเรือพาย แหล่งลากพระน้ำที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง คือ ที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อำเภอพุนพินและ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช รองลงมาอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะอำเภอหลังสวนและที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอหาดใหญ่ จะมีการเล่นเพลงเรือ ที่ขึ้นชื่อ ส่วนที่อำเภอปากพนังมีการเล่น "ซัดหลุม" (ซัดโคลน) กันสนุกสนานเพราะที่ปากพนังมีโคลนตมมาก การลากพระทางน้ำของเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แปลกกว่าที่อื่น คือ จะลากกัน 3 วัน ระหว่างแรม 8 ค่ำถึงแรม 10 ค่ำ เดือน 11 มีการปาสาหร่ายโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาว มีการเล่นเพลงเรือ และที่แปลกพิเศษ คือ มีการทอดผ้าป่าสามัคคีในวันเริ่มงาน

                           



แหล่งที่มา : http://www.prapayneethai.com/th/tradition/south/view.asp?id=0675#