This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Monday, April 8, 2013

พาไปเที่ยวตลาดน้ำหัวหิน ที่เที่ยวแห่งใหม่ของหัวหิน

หลังจากที่เราทราบมาว่าหัวหินมีที่เที่ยวแห่งใหม่เป็น ตลาดน้ำหัวหิน เพิ่งจะเปิดทำการได้ในวันที่ 12 สิงหาคม 54 ที่ผ่านมา เราก็รีบไปเก็บรูป เดินเล่นชมตลาดน้ำหัวหิน

การเดินทางมายังตลาดน้ำหัวหิน ถ้าเริ่มจากตัวเมืองหัวหินให้วิ่งมาทางเขาตะเกียบ เมื่อถึงสามแยกที่ตัดเข้าเขาตะเกียบ ให้เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน ไปทางเดียวกับปราณบุรี ประจวบฯ แล้ว U-turn แรก เข้า ซ.หัวหิน 112 ตามถนนไปเรื่อยๆ มีป้ายบอกตลอดทางครับ ตลาดน้ำหัวหินจะอยู่ทางซ้ายมือ สังเกตุตรงที่รถเยอะๆ นั่นแหล่ะครับ ถ้าเลยไปอีกจะเป็นตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ข้างทางมีรถจอดยาวไปเป็นร้อยเมตร ที่ตลาดน้ำหัวหินมีที่จอดรถด้านในได้เยอะครับ จอดฟรีไม่เสียตังค์ เลี้ยวเข้าไปจอดด้านในดีกว่า

ใกล้กับ ตลาดน้ำหัวหิน จะมีอีกตลาดน้ำนึง ชื่อ ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม อยู่ถัดไปอีก 100 เมตร บริหารด้วยทีมงานตลาดน้ำอโยธยา ไม่รู้ว่าใครสร้างก่อนใคร เอาเป็นว่าถ้ามีแรงก็ลองไปเดินทั้งสองตลาดเลยก็ดีครับ ทั้งสองตลาดน้ำคนละเจ้าของ คนละทีมงานกันนะครับ บังเอิญว่าอยู่ใกล้กัน และเปิดตัวในเวลาไล่ๆ กันบางคนก็สับสนนึกว่าเป็นที่เดียวกัน

ที่ทางเข้าตลาดน้ำหัวหินจะมีน้ำพุ และเรือลำใหญ่ ติดป้ายตัวโตๆ ว่า “ตลาดน้ำหัวหิน” เป็นมุมที่คนชอบมาถ่ายรูปกัน

เข้ามาด้านในมีอีกป้่ายให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป สังเกตุที่รั้วของตลาดน้ำ โทนสีและลายคล้ายๆ กับสถานีรถไฟหัวหินเลย

สะพานแรกที่เราข้าม “สะพานเทพวัลย์” แอบมองไปที่น้ำ สีสวยจัง อมเขียวใสๆ ดูสะอาด

ใครอยากลงเรือ ชมรอบตลาดน้ำก็มีบริการครับ มีเสื้อชูชีพให้ด้วย

สวนตรงนี้มีม้าที่ทำจากกิ่งไม้ โครงสร้างสวยมาก ดูสง่าเหมือนจริง สังเกตุหญ้าที่ปูยังเป็นแผ่นๆ อยู่เลย คงเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นาน ไว้อีกสักพักหญ้าขึ้นเต็ม ต้นไม้โตกว่านี้คงจะดูดีมาก

ร้าน น้ำแข็งไสนมสด ICE OASIS ถ้วยละ 39 บาท อากาศร้อนๆ แบบนี้ขายดีครับ จำได้ว่าร้านนี้มีสาขาอยู่ที่ตลาดน้ำอโยธยาด้วย
รูปแบบของร้านค้าที่นี่จะเป็นห้องแถวโทนสีขาว มีประตูพับเหมือนบ้านโบราณ

ร้านนี้ขายเสื้อยืด ตลาดน้ำหัวหิน ใครอยากได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ว่าไปเที่ยวมา ลองเข้าไปเลือกซื้อได้ครับ

เดินๆ ไปเจอกับมุมถ่ายรูป มีรถสามล้อมาตั้ง ฉากหลังเป็นกำแพงตลาดน้ำหัวหิน

เดินชมร้านค้ากันต่อครับ เดินสบายๆ คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

ของที่ขายก็มีตั้งแต่ของกิน, ของแต่งบ้าน, เสื้อผ้า ของที่ระลึก วันที่ไปร้านค้ายังเปิดไม่ครบ เปิดประมาณ 70% ได้ครับ

ทางตลาดน้ำเอามอเตอร์ไซค์ Harley Davidson มาจอดโชว์ คันใหญ่ เงางาม สวยมาก ตอนเด็กๆ เคยฝันว่าอยากจะมีอย่างนี้ซักคัน แต่พอโตแล้วคิดว่าตัวเองเหมาะกับรถเก๋งมากกว่า รักสบายครับ

โชคดีจริงๆ ที่ไปแล้วไม่เจอฝน เลยได้ท้องฟ้าใสๆ ไร้เมฆมาฝาก

ต้นมาพร้าวต้นนี้เอนเยอะมาก ใครเดินผ่านไปผ่านมา ต้องก้มหัวลอด แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะล้มนะครับ เค้ามีไม้ค้ำไว้แล้ว

ดูน้ำแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นน้ำธรรมชาติ หรือบ่อขุดขึ้นมาใหม่ ถ้าเป็นน้ำธรรมชาติก็น่าจะเป็นน้ำจากห้วยสามพันนาม ที่อยู่แถวๆ นี้


ถ้าจะซื้อของฝากลองดูร้านนี้ครับ เพชรเบเกอรี่ ขนมปังทำน่ากินดีครับ

การเดินภายในตลาดน้ำหัวหินจะเดินเป็นวงกลมครับ ตรงใกล้ๆ กับทางออกจะเป็นโซนร้านอาหาร สามารถซื้ออาหารแล้วมานั่งทานที่โต๊ะได้เลยครับ โต๊ะที่อยู่ริมน้ำจะบรรยากาศดีมองเห็นตลาดน้ำหัวหินได้โดยรอบ



บ้านแป๊ปซี่ ที่ตรงทางออก เหมือนเป็นที่เก็บลังเก็บขวด
สุดท้ายแล้ว อยากให้มาลองเที่ยวตลาดน้ำหัวหิน กันดูครับ จะได้อีกบรรยากาศที่ไม่เคยมีมาก่อนที่หัวหิน ทริปหน้าจะพาไปยังตลาดน้ำหัวหินสามพันนามที่อยู่ถัดไป 100 เมตรครับ

โรงถ่ายภาพยนต์พระนเรศวร (พร้อมมิตรสตูริโอ)

กองถ่ายทำภาพยนตร์...ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายใต้การก่อสร้าง และ บริหาร จัดการของ พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ (Prommitr Film Studio)  ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จังหวัด กาญจนบุรี



ก่อ สร้าง ด้วยงบประมาณกว่า 700 ล้านบาท ด้วยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างเจาะลึก พร้อมงานออกแบบ และบรรจงสร้างทาง สถาปัตยกรรม และศิลปกรรม ที่ผู้เข้าชมสามารถเดินเที่ยวชมสถานที่การถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงการร่วมกิจกรรมสนุกๆ และน่าประทับใจได้ตลอดทั้งวัน
จุดที่ 1 จุดต้อนรับนักท่องเที่ยว
จุดที่ 2 บริเวณวัดมหาเถรคันฉ่อง
จุดที่ 3 กำแพงเมืองหงสาวดี
จุดที่ 4 นิทรรศการภาพถ่าย
จุดที่ 5 สีหสาสนบัลลังก์
จุดที่ 6  คุกใต้ดิน
จุดที่ 7 พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท
จุดที่ 8 กิจกรรมขี่ช้าง ม้า นั่งเกวียน
จุดที่ 9 ท้องพระโรงหงสาวดี
จุดที่ 10 โรงเก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก
จุดที่ 11 จุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก


                  สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล  เป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ได้ดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบ ที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉากต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง  ห้องเก็บพระแสงปืนต้น  อาณาจักรหงสาวดี  สีหสาสนบัลลังก์  คุกใต้ดิน  พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท  ท้องพระโรงหงสาวดี  นิทรรศการภาพถ่ายจากการถ่ายทำภาพยนตร์  โดยจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ  มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบายฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่าง ๆ  อาทิ  การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์  ขี่ม้า  ขี่ช้าง  นั่งเกวียน  และมีจุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว

                เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.   ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย  100 บาท  เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี  50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท หมู่คณะลด 10% ใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง - 2 ชั่วโมง การเยี่ยมชมกองถ่ายจะเป็นการเดินชม ให้สวมรองเท้าที่เหมาะสม  พร้อมเตรียมอุปกรณ์กันแดด เช่น ร่ม หรือหมวกไปด้วย 

                การเดินทาง กองถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 24 กิโลเมตร จากตัวเมือง ใช้เส้นทางกาญจนบุรี - เขื่อนศรีนครินทร์ (ทาง 3199)ประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงสี่แยกลาดหญ้า มีทางแยกขวาผ่านค่ายทหารไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงทางเข้าให้เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) หากเดินทางโดยรถโดยสาร มีรถสองแถวจากตัวเมืองถึงสี่แยกลาดหญ้า จากจุดนี้ต้องตกลงราคาและนัดคนขับรถให้ไปส่งที่กองถ่ายฯ และนัดเวลารับกลับ  




พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท

ฉาก นี้เป็นท้องพระโรงฝ่ายไทย ซึ่งตัวพระที่นั่งตัวจริงปัจจุบันก็ไม่มีให้เห็นแล้ว ถูกเผาราบทำลาย ไม่เหลือซาก เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ก็ลูกหลาน ท่านบาเยงนอง นั่นแหละนะ เผาซะราบ ไม่รู้แค้นเคืองเรื่องไร เป็นนักหนา อยากดูเป็นบุญตา คงต้องไปดูที่ เมืองโบราณ ที่ คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ท่านพากเพียรค้นคว้า หาข้อมูลมาประกอบสร้าง จนเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้


อีก สิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็น สิ่งเล็กน้อย แต่ก็ได้รับการจำลองมาแสดง เป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก ที่โดดเด่นสะดุดตานั่นก็คือ รูปปั้นทวารบาล หรือบางเสียงว่าเป็น พระอิศวรศิลปะขอม ที่เราไปยึดจากเขมร มาตั้งแต่สมัย   เจ้าสามพระยา คราวไปตี นครวัด แล้ว พม่า ลูกน้อง ท่านบุเรงนอง ก็มายกไป แล้วพวกยะไข่ ก็มาขนจากพม่าไปอีกที คราวมาตีเมืองหงสา เอาไปถวายเป็นเครื่องสักการะ พระมหามัยมุนี แล้วพระเจ้าปดุุุง กษัตริย์พม่า ในยุคต่อมาก็ไปตียะไข่ ขนเอาพระมหามัยมุนี พร้อมกับเครื่องสักการะ มาไว้ที่ อมรปุระธานีจนปัจจุบัน รูปปั้นนี้ ก็ยังมีอยู่ให้เห็นที่วัดมหามัยมุนี สมบัติผลัดกันชม มาช้านาน และน่าทึ่งที่ ท่านมุ้ย ท่านได้หยิบยกมาจำลอง ให้เห็นอยู่ในฉากด้วย


อีก จุด ใกล้กับ บริเวณ พระที่นั่งสรรพเพชรปราสาท ที่ให้นักท่องเที่ยว ได้ร่วมกิจกรรมทั้งช้าง ม้า หรือ เกวียนเทียมวัว ให้เลือกขี่ เป็นวิธี เดินทางไปยัง ท้องพระโรงหงสาวดี ฝ่ายใน ค่าบริการ ก็ตัวละ 300 บาท ม้า ก็ขี่ได้ 1 คน เป็นม้านักแสดง อาจอง สูงใหญ่ ไม่ใช่ ม้าแกลบ ตามชายหาด ช้าง ก็นั่งได้ 2 คน ถ้าเป็น เกวียน ก็นั่งได้ไม่เกิน 4 คน ไปหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกันเอาเองก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่เลือก สักอย่าง เค้าก็มีรถ กอล์ฟให้บริการ นั่งไปสบาย ๆ  

นั่ง รถผ่านคู กำแพงประตู หอรบ ฝ่ายโยเดีย ก็ อยุธยาตามสำเนียงพม่า นั่นแหละ ผ่านหมู่บ้านจำลอง มีทั้งบ้านไพร่ เศรษฐี ถนนราดคอนกรีต อย่างดี จนอดถามไม่ได้ว่า เพิ่งมาเทราดหลังการถ่ายทำหรืออย่างไร ก็ได้รับการไขข้อสงสัย จากสารถี เสียงในฟิล์ม สำเนียงเมืองกาญจน์แท้ๆ ว่า ตอนที่ถ่ายทำเค้า จะขนดินมหาศาลเข้ามากลบ ถนน ให้เต็มบริเวณ ก็เลยได้ถึง บางอ้อ
ท้องพระโรง ฝ่ายในหงสาวดี
สวยอีกแล้ว งามวิจิตรไม่ผิดหวัง บรรจงสร้างไม่ต่างกับ ท้องพระโรงอื่นๆ ที่นี่เป็นฉากสำคัญ ของฝ่ายใน หงสาวดี หลายบทตอน ถ่ายทำที่นี่
ไม่ ว่าจะเป็น ฉากพระสุพรรณกัลยาทาหน้าขาว เข้าถวายตัวกับ    บุเรงนอง ฉากพระเทพกษัตรี ที่ถูกชิงตัวมา ระหว่างเดินทางไป ถวายตัว ต่อพระเจ้าล้านช้าง สีสัตนาคนหุตร่มขาว ชักปิ่นปักผม มาแทงองค์ ปลิดชีพต่อหน้า บุเรงนอง จำได้ขึ้นใจกับวีรกรรม หญิงไทยใจกล้าหาญ ก็เป็นความสนุกในหนังเป็นความบันเทิง ที่อิ่มเอม

โรงเก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก
ส่วน สนับสนุนสำคัญ อุปกรณ์ประกอบฉาก ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้งหลายทั้งปวง เก็บอยู่ที่นี่ แสดงให้เห็นชัดๆ จับต้องได้ ทั้งอาวุธ เครื่องแต่งกาย รถม้า รถศึก อ่าง ไห กระโถน เยอะแยะ จัดวางบนชั้น ซึ่งจะต้องใช้อีกในการถ่ายทำ ภาคที่สาม ดังนั้น ทุกอย่างจึงอยู่ในสภาพ ที่สมบูรณ์ พร้อมใช้

จุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก
ส่ง ท้าย ตามธรรมเนียม ที่ต้องมาเลือกซื้อ ของที่ระลึกติดมือกลับบ้าน นอกจาก DVD CD ภาพยนตร์ แล้ว ที่อยากแนะนำ ให้ซื้อไว้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง คือ หนังสือ ที่ท่านมุ้ย หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงประพันธ์ ถึงเบื้องหลัง ของการตามรอยแกะหลักฐาน รวบรวมข้อมูล ด้วยความยากเข็ญ ในอันที่จะประมวล ให้ภาพยนตร์เกิดเป็นรูปธรรม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง จากทั้งหลักฐานบรรดามี ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการวิเคราะห์ อ้างอิงของนักวิชาการ หลากหลายสาขา รวมทั้งการเดินทางตามรอย เข้าถึง ที่เกิดเหตุ อ่านสนุกมีสาระวางกันไม่ลงทีเดียว หรือ จะเลือกซื้อเป็น สารคดีที่ทำได้ละเมียดละมัย สร้างความเข้าใจ ก่อนดูภาพยนตร์ ราคาก็ไม่แพง เพราะวางขายเท่าราคาท้องตลาด ... ห้ามพลาด เด็ดขาด
       






   
 สำนักงาน กาญจนบุรี : 85 หมู่ 13  ตำบล ช่องด่าน, อ.บ่อพลอยล, จ. กาญจนบุรี 71160   
    โทรศัพท์ : (+66)0-3458-1227-30   แฟ็กซ์ : (+66)0-3458-1292
สำนักงาน กรุงเทพฯ : 285/14-17 อาคาร เอส.เอ.พี. ถ.สุรวงศ์, เขตบางรัก , กรุงเทพฯฯ 10500   
    โทรศัพท์ : (+66)0-2235-4560-2 , 0-2236-0481-3  แฟ็กซ์ :(+66)0-2236-0480
อีเมล์ : bluesapphiregolf@hotmail.com , เว็บไซต์  wwwbsgolfclub.com


สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ โทร. 034 532 057-8   แฟ็กซ์ 034 532 056
สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 02 736 2300    เว็บไซต์
www.prommitrfilmstudio.com

 

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ 
สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน
 และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์
 เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ 
เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองสะพานข้ามแม่น้ำแควเดิมได้รับความเสียหาย และรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง เมื่อปี พ.ศ. 2489 จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม
 ปัจจุบัน มีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
เดิมทีสะพานข้ามแม่น้ำแควไม่เคยมีจริงในประวัติศาสตร์ แต่เนื่องจากทางอเมริกาได้ทำเป็นภาพยนตร์ ดังนั้นทางจังหวัดจึงมีความเห็นให้ตั้งชื่อสะพานที่ท่ามะขามให้เป็นสะพาน ข้ามแม่น้ำแคว
เพื่อให้เหมือนภาพยนตร์ และได้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวมาตามหาจริงๆ สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น
สะพานเดิมนั้นจะเป็นเหล็กโค้ง ส่วนที่เป็น 4 เหลี่ยมเป็นการซ่อมแซม
สะพานเหล่านี้เดิมทีมีมากมายหลายแห่งในประเทศไทยและลาวพม่าแต่ส่วนใหญ่ทำจากไม้ ในไทยมีที่ทำจากเหล็กไม่ถึง 15 สะพาน

พาไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว

คราวที่แล้วพาเพื่อนๆไปเที่ยวชมเมืองหงสา และอโยธยา มาแล้ว

แต่คราวนี้ขอพาเพื่อนๆไปแวะชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลกแห่งหนึ่ง

เชิญตามมาชมกันเลยครับ





















เป็นไงบ้างครับ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แบบล้วนๆ แนะนำ ติชม ได้ตามสะดวกครับ

และขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชม ขอบคุณมากๆครับ

ล่องแพ(เทค) ลำน้ำกาญจนบุรี

ล่องแพแบบนี้ เรียกกันโดยทั่วไปว่าแพเทค ที่จริงเป็นแพแบบสองลำพ่วง สำหรับทำเป็นลานกว้างๆ ท่อนหัว และท่อนท้ายทำเป็นสองชั้นมีครัวและที่สำหรับนอน ล่องไปตามลำน้ำแล้วจอดค้างคืนตามจุดที่กำหนดไว้ จะมีการเปิดไฟและเพลงเสียงดังๆ ประชันกันจนถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็จะล่องกลับที่ท่าที่เรามา ระหว่างทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็สามารถจอดแวะได้ ราคาตามแต่จะตกลงกัน

หมายเลขโทรศัพท์สำหรับสอบถามรายละเอียดแพ
มีทั้งหมด 40 แพ แต่ขอใส่เท่านี้ก่อนไว้จะมาเพิ่มให้อีกครั้งครับ

แพกาญจนิกา0345151400871640607
แพการ์ตูน0345181250814338934
แพกิ่งไผ่0345115890819440382
แพตะวันรุ่ง0345160730819306193
แพนกน้อย0345181200819813009
แพนิตยา0345133410812687018
แพน้องหนุ่ม0819413689
แพพบเพื่อน0345130920819430180
แพพรรณภา08194356460814099016
แพพันทวี0345125720819468365


Gallery รูปภาพ ล่องแพ(เทค) ลำน้ำกาญจนบุรี


แพเทคแบบต่างๆ
 แพเทคแบบต่างๆ การ ถ่ายภาพบรรยากาศแพเทคผมต้องพาครอบครัวขนาดใหญ่ขึ้นไปกันทั้งหมดเพื่อให้ได้ ภาพสมจริง ใช้ชีวิตกันบนนั้น 1 คืน แพเทค (ที่จริงนั้นเรียกว่าแพเฉยๆ ก็ได้แต่เนื่องจากบนแพมีเครื่องเสียงและระบบไฟเหมือนในเทคจึงเรียกว่าแพเทค แต่จะเช่าโดยไม่เปิดเทคก็ได้ครับ) มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า แบบที่เป็นที่นิยมหน่อยจะเป็น 2 ชั้นให้นักท่องเที่ยวมีส่วนพักผ่อนส่วนชั้นล่างก็เป็นส่วนบันเทิงไป ราคาก็อยู่ที่แบบของแพ มีหลายความยาวให้เลือกด้วย มี 3 ตอน 2 ตอน หรือที่เคยเห็น 4 ตอนเลยก็มี แพที่ผมใช้บริการมี 2 ตอน พ่วงกัน มีชั้นเดียวผสมกับ 2 ชั้น ราคาเหมาลำคิดต่อ 1 คืน ประมาณ 5000 บาท(ราคาคนรู้จักกัน) สอบถามราคาตามหมายเลขข้างบนเป็นเบอร์โทรที่รวบรวมไว้ต้นปี 2553 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้วจะหามาอัพเดตกันอีกครั้งหนึ่ง การเดินทางไปตามแผนที่ที่เขียนไว้เข้าไปอ่านวิธีใช้แผนที่ในการหาเส้น ทางอย่างละเอียดด้วยนะครับ สามารถกำหนดจุดเริ่มต้นได้เองแล้วแผนที่จะบอกเส้นทางอย่างละเอียดให้จนถึง ที่หมาย เมื่อไปถึงท่าแพ ระหว่างรอลูกค้าขึ้นแพ แพจะจอดเรียงกันตามท่าที่มีบริการ ไม่ได้มีท่าเดียว แต่ละลำจะจอดติดกันให้เดินถึงลำของตนได้ง่าย เมื่อพร้อมกันแล้วก็จะออกพร้อมๆ กัน ตามกันไปไม่ห่างนัก

แพเทคดาดฟ้า
 แพเทคดาดฟ้า เป็น อีกแบบหนึ่งที่เหมาะสำหรับการชมวิวโดยเฉพาะ ชั้นบนเป็นดาดฟ้าโล่งชมวิวสวยๆ ระหว่างการล่องแพได้ชัดเจน แต่หากฝนตกก็ต้องลงมาอยู่ชั้นล่างกันหมด อันนี้ก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันที่เดินทาง ด้วย

เรือเล็กลากแพ
 เรือเล็กลากแพ ไม่ ว่าจะเลือกใช้แพแบบไหนก็ตาม ทุกลำจะมีเรือลากเป็นเรือขนาดเล็กเหมือนกับเรือลากเรือสินค้าตามแม่น้ำเจ้า พระยา ลากกันไปเรื่อยๆ ความเร็วไม่มากให้ได้ชมวิวกันเต็มอิ่มตลอดทั้งวัน

ชมวิวริมแม่น้ำแคว
 ชมวิวริมแม่น้ำแคว ระหว่าง การเดินทางด้วยแพ ช่างภาพก็ทำหน้าที่เก็บภาพไปเรื่อยๆ สองฝั่งของแม่น้ำส่วนมากจะเป็นวิวภูเขา และบ้านทรงไทยที่มีอยู่ หลายหลัง หรือจะถ่ายวิถีชีวิตริมแม่น้ำของชาวบ้านละแวกนี้ก็ได้ นอกจากนี้แล้วแพจะมีจุดจอดแวะหลายจุดขึ้นอยู่กับว่านักท่องเที่ยวจะลงไป เที่ยวหรือเปล่า บางจุดอย่างพระสังกัจจายน์ ก็จะต้องเดินขึ้นเนินเขาสูงหน่อยเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันหากไม่จอดก็ไปกัน ต่อ

การใช้ชีวิตบนแพ
 การใช้ชีวิตบนแพ บน แพเทคนั้นหลายลำมีบริการเครื่องครัวต่างๆ เช่น หม้อ กะทะ จาน ชาม เตา ถ่าน ฯลฯ อันนี้ต้องสอบถามให้แน่ใจซะก่อนนะครับ หากบางลำไม่มีจะมาว่าเราไม่ได้นะ ถ้าไม่มีมันก็ต้องเตรียมกันไปเองบ้างให้พอกับที่ต้องใช้ทำกับข้าวได้ 2 วัน สำหรับหมู เห็ด เป็ด ไก่ เนื้อ ปลา ผัก เหล่านี้ต้องเตรียมไปเองครับจัดเมนูกันให้ดี ซื้อกันไปให้พอ ถ้าไม่พอจะไม่มีขายในช่วงกลางวันจะเปิดเพลงเต้นกันก็ได้ สำหรับกลุ่มแม่ครัวก็ทำอาหาร ล้างชามกันไปตามหน้าที่

บรรยากาศบนแพเทค
 บรรยากาศบนแพเทค ที นี้พอตกกลางคืนเปิดไฟเข้าหน่อย เปิดเพลงกันดังๆ ก็กลายเป็นเทคได้แล้ว ในระหว่างช่วงกลางคืนแพเทคทุกลำจะต้องเดินทางไปถึงที่จอดพักซึ่งเป็นจุด เดียวที่จะเปิดเพลงกันดังๆ ได้ แต่ถึงเที่ยงคืนก็ต้องปิดกันให้หมดจะเปิดต่อไปไม่ได้แล้ว ที่จุดจอดพักเป็นจุดที่ให้ลงเล่นน้ำได้ ควรเล่นใกล้ๆ ฝั่ง เพราะแม่น้ำแควนั้นทั้งเชี่ยวทั้งลึก แม่ว่าจะอยู่ใกล้ฝั่งก็ยังลึกจนขาไม่ถึงพื้นเหมือนกัน ต้องเกาะแพไว้ สำหรับเด็กๆ ควรมีเสื้อชูชีพให้ใส่กระแสน้ำที่เชี่ยวมากผู้ใหญ่ลงเล่นยังเหนื่อยเลยครับ อีกภาพหนึ่งบนแพถ้ามาในช่วงวันสงกรานต์ จะตักน้ำจากแม่น้ำมาเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเด็กๆ แต่การตักน้ำนั้นต้องทำอย่างระวังเดี๋ยวหัวทิ่มลงไป จะอันตรายมาก หากตกน้ำระหว่างท่อนแพจะไปอยู่ใต้แพและอาจจะถึงตายได้เพราะหาทางออกไม่เจอ ภาพสุดท้าย คุณแม่โชว์ลอยน้ำ นี่ก็เพิ่งเคยเห็นว่าแม่ลอยน้ำได้ ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อนนะเนี่ย

ชมวิวกันต่อ
 ชมวิวกันต่อ  ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังมีเวลามากพอให้เก็บภาพวิวสวยๆ สองฝั่งแม่น้ำแควและออดเดินทางสำหรับการล่องกลับที่ท่าแพที่เรามา

วิวสวยๆ
 วิวสวยๆ แม่น้ำแคว อีก ภาพหนึ่งที่ประทับใจ เรือขายสินค้าที่แล่นไปมาเทียบกับแพเพื่อหาลูกค้า สินค้าที่เรือเหล่านี้ขายก็จะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กาแฟ ขนม ฯลฯ ราคานั้นแพงกว่าบนฝั่งนิดหน่อยพอรับได้ หากเราเตรียมมาไม่พอก็ยังดีที่มีกิน เรือลำนี้แล่นผ่านมามีฉากหลังเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นวิวที่สวยงามจริงๆ

พระสังกัจจายน์ริมแม่น้ำแคว
 พระสังกัจจายน์ริมแม่น้ำแคว มา ถึงจุดที่เป็นจุดแวะที่เจ้าของแพแนะนำว่าควรจะลงไปไหว้พระที่นี่ให้ได้ ศาลาและพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่มองเห็นแต่ไกลบนยอดเขาเตี้ยๆ แต่พอเดินไปจริงๆ ก็ไม่เตี้ยเท่าไหร่เหนื่อยเหมือนกัน

พระสังกัจจายน์ริมแม่น้ำแคว
 พระสังกัจจายน์ริมแม่น้ำแคว มาถึงแล้วก็ไหว้พระเป็นสิริมงคลกัน มีเทียนธูป บริการพร้อมที่บนนี้

ชมวิวบนยอดเขา
 ชมวิวบนยอดเขา ไหว้ พระเสร็จแล้วก็จะใช้เวลากันพักใหญ่ๆ เพราะวิวบนนี้สวยงามกว่าที่คิดไว้ เป็นคุ้งน้ำสวยๆ ตลอดเส้นทางการล่องแพ วิวที่นี่น่าจะสวยที่สุดแล้ว

บรรยากาศแพเทคของลำอื่น
 บรรยากาศแพเทคของลำอื่น ใน ระหว่างการเดินทางย่อมมีการสวนกัน หรือแซงกันระหว่างแพของเรากับแพลำอื่นๆ ก็มีการส่งเสียงตะโกนทักทายกันบ้าง ลำที่เราแซงไปนี้ดูท่าทางน่าสนุกสนานมากทีเดียวเพราะมีวัยรุ่นเต็มลำเลย

วิถีชีวิตชาวลำน้ำแคว
 วิถีชีวิตชาวลำน้ำแคว ก็ เป็นรวมภาพเรือสินค้า ที่มาเทียบแพเรามีมาเรื่อยๆ เป็นระยะๆ แต่ไม่มากเท่าไหร่ ขอบอกว่าอย่าไปรอลำต่อไปถ้ามีเข้ามาก็ซื้อๆ ไปเถอะครับ มาไม่บ่อยแต่มีเรื่อยๆ ส่วนอีกลำก็เป็นคุณน้าคนหนึ่งพายเรือเทียบกับแพลำต่างๆ เพื่อขอขวดขอลังครับ อาชีพนี้น่าจะรายได้ดีทีเดียวเพราะนักท่องเที่ยวไม่มีใครเอาขวดเปล่ากลับกัน แน่ๆ เห็นพายมาเทียบแพแค่ลำสองลำก็ได้ของกลับไปเพียบเลย

ซื้อ-ขายสไตล์แพ
 ซื้อ-ขายสไตล์แพ เมื่อเรือสินค้าเข้ามาเทียบข้างแพก็ต้องส่งตัวแทนไป ซื้อของให้ครบตามจำนวนที่ต้องการกับแบบนี้แหละ